Entity | วัตถุ หรือวิ่งของที่ราสนใจ |
Attribute | คุณสมบัติของวัตถุที่เราสนใจ |
Relationship | ความสัมพันธ์ระหว่าง เอนทิตี้ |
Simple Attribute | Attribute ที่ไม่สามารถแยกออกเป็นส่วนย่อย |
Composite Attribute | Attribute ที่สามารถแยกออกเป็นส่วนย่อย |
Single-valued | ค่าของเอนทิตี้ที่สามารถมีได้ แค่ค่าเดียว |
Multi-valued | ค่าที่เป็นได้มากกว่า 1 ค่า |
Stored Attribute | Attribute ที่เก็บอยู่ในฐานข้อมูล |
Derived Attribute | Attribute ที่เกิดจากการคำนวณ |
Relationships Degree | ระดับชั้นของความสัมพันธ์ |
Unary Relationships | ความสัมพันธ์เอนทิตี้เดียว |
Binary Relationships | ความสัมพันธ์สองเอนทิตี้ |
Ternary Relationships | ความสัมพันธ์สามเอนทิตี้ |
Connectivity | การระบุความสัมพันธ์ระหว่างเอน ทิตี้ |
One to One Relationships | ความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง |
One to Many Relationships | ความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อกลุ่ม |
Many to Many Relationships | ความสัมพันธ์แบบกลุ่มต่อกลุ่ม |
Super Key | กลุ่มของ Attribute ซึ่งมีค่าแตกต่างกัน |
Candidate Key | Subset ที่เล็กที่สุดของ Super Key |
Primary Key | Candidate Key ที่ถูกเลือกให้เป็นตัวระบุ |
Composite Entity | เอนทิตี้กลาง |
Weak Entity | เอนทิตี้ที่ไม่มี Primary Key เป็นของตนเอง |
Strong Entity | เอนทิตี้ที่มี Primary Key เป็นของตนเอง |
วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2553
คำศัพท์
การออกแบบฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์
การออกแบบฐานข้อมูลในองค์กรขนาดเล็กเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน อาจเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากนัก เนื่องจากระบบและขั้นตอนการทำงานภายในองค์กรไม่ซับซ้อน ปริมาณข้อมูลที่มีก็ไม่มาก และจำนวนผู้ใช้งานฐานข้อมูลก็มีเพียงไม่กี่คน หากทว่าในองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งมีระบบและขั้นตอนการทำงานที่ซับซ้อน รวมทั้งมีปริมาณข้อมูลและผู้ใช้งานจำนวนมาก การออกแบบฐานข้อมูลจะเป็นเรื่องที่มีความละเอียดซับซ้อน และต้องใช้เวลาในการดำเนินการนานพอควรทีเดียว ทั้งนี้ ฐานข้อมูลที่ได้รับการออกแบบอย่างเหมาะสมจะสามารถตอบสนองต่อความต้องการของ ผู้ใช้งานภายในหน่วยงานต่าง ๆ ขององค์กรได้ ซึ่งจะทำให้การดำเนินงานขององค์กรมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น เป็นผลตอบแทนที่คุ้มค่าต่อการลงทุนเพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลภายในองค์กรทั้ง นี้ การออกแบบฐานข้อมูลที่นำซอฟต์แวร์ระบบจัดการฐานข้อมูลมาช่วยในการดำเนินการ สามารถจำแนกหลักในการดำเนินการได้ 6 ขั้นตอน คือ
1.การรวบรวมและวิเคราะห์ความต้องการในการใช้ข้อมูล
2.การเลือกระบบจัดการฐานข้อมูล
3.การออกแบบฐานข้อมูลในระดับแนวคิด
4.การนำฐานข้อมูลที่ออกแบบในระดับแนวคิดเข้าสู่ระบบจัดการฐานข้อมูล
5.การออกแบบฐานข้อมูลในระดับกายภาพ
6.การนำฐานข้อมูลไปใช้และการประเมินผล
การออกแบบฐานข้อมูลในระดับตรรกะ
การออกแบบฐานข้อมูลในระดับตรรกะ หรือในระดับแนวความคิด เป็นขั้นตอนการออกแบบความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลในระบบโดยใช้แบบจำลองข้อมูล เชิงสัมพันธ์ ซึ่งอธิบายโดยใช้แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล (E-R Diagram) จากแผนภาพ E-R Diagram นำมาสร้างเป็นตารางข้อมูล (Mapping E-R Diagram to Relation) และใช้ทฤษฏีการ Normalization เพื่อเป็นการรับประกันว่าข้อมูลมีความซ้ำซ้อนกันน้อยที่สุด
วันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2553
การจัดการฐานข้อมูล
Microsoft Office Access 2007 จะจัดระเบียบข้อมูลของคุณลงใน ตาราง ซึ่งเป็นรายการของแถวและคอลัมน์ที่มีลักษณะคล้ายกับกระดาษบันทึกของนักบัญชี หรือแผ่นงาน Microsoft Office Excel 2007 ในฐานข้อมูลอย่างง่ายนั้น คุณอาจมีตารางเพียงหนึ่งตาราง แต่สำหรับฐานข้อมูลส่วนใหญ่ คุณอาจต้องการตารางมากกว่าหนึ่งตาราง ตัวอย่างเช่น คุณอาจมีตารางหนึ่งตารางที่ใช้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ อีกหนึ่งตารางใช้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับใบสั่งซื้อ และอีกหนึ่งตารางสำหรับเก็บข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้า
นอกจากนี้ แถวแต่ละแถวจะถูกเรียกว่า ระเบียน และแต่ละคอลัมน์ จะถูกเรียกว่า เขตข้อมูล ระเบียนเป็นวิธีการรวมข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้อย่างสอดคล้องกัน และมีความหมาย เขตข้อมูลคือรายการเดี่ยวของข้อมูล นั่นคือเป็นชนิดรายการที่ปรากฏในทุกๆ ระเบียน เช่น ในตารางผลิตภัณฑ์ แต่ละแถวหรือแต่ละระเบียนจะมีข้อมูลของผลิตภัณฑ์หนึ่งอย่าง แต่ละคอลัมน์หรือแต่ละเขตข้อมูลจะมีข้อมูลชนิดหนึ่งเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดัง กล่าว เช่น ชื่อหรือราคาของผลิตภัณฑ์นั้นๆ
การออกแบบฐานข้อมูลที่ดีคืออะไร
ในกระบวนการออกแบบฐานข้อมูลนั้นจะมีหลักการบางอย่างเป็นแนวทางในการ ดำเนินการ หลักการแรกคือข้อมูลซ้ำ (หรือที่เรียกว่าข้อมูลซ้ำซ้อน) ไม่ใช่สิ่งที่ดี เนื่องจากเปลืองพื้นที่และอาจทำให้มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นรวมถึงเกิดความไม่ สอดคล้องกัน หลักการที่สองคือความถูกต้องและความสมบูรณ์ของข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าฐานข้อมูลของคุณมีข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง รายงานต่างๆ ที่ดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลจะมีข้อมูลที่ไม่ถูกต้องตามไปด้วย ส่งผลให้การตัดสินใจต่างๆ ที่คุณได้กระทำโดยยึดตามรายงานเหล่านั้นจะไม่ถูกต้องด้วยเช่นกัน
ดังนั้น การออกแบบฐานข้อมูลที่ดีคือ
- แบ่งข้อมูลของคุณลงในตารางต่างๆ ตามหัวเรื่องเพื่อลดการซ้ำซ้อนกันของข้อมูล
- ใส่ข้อมูลที่จำเป็นลงใน Access เพื่อรวมข้อมูลในตารางต่างๆ เข้าด้วยกันตามต้องการ
- ช่วยสนับสนุนและรับประกันความถูกต้องและความสมบูรณ์ของข้อมูลของคุณ
- ตอบสนองต่อความต้องการในการประมวลผลข้อมูลและการรายงานของคุณ